ตอนที่2

- 2 –

        สนามบินสุวรรณภูมิ

        ตอนนี้เฌอปรางมาถึงสนามบินแล้วตามคำสั่งของพ่อที่บอกให้มารอรับมิวสิค เป็นช่วงเวลาที่ต้องปวดหัวอีกแล้วสินะ ทำไมคนเยอะอย่างกับมดเดินสวนสนามขนาดนี้ แล้วเฌอจะไปหามิวสิคเจอได้ยังไงล่ะเนี่ย

“พ่อนะพ่อ แทนที่จะเอารูปมาให้สักใบ กลับบอกมาแค่รูปร่าง สัดส่วนซะได้” เฌอปรางบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางมองไปรอบๆเพื่อหาเด็กผู้หญิงที่ตรงตามคำบอกของพ่อ

        มิวสิคที่รับกระเป๋าเสร็จก็เดินออกมาด้านนอก สายตาของเธอหันไปเจอผู้หญิงที่คุ้นเคย ถึงแม้จะผ่านมาหลายปีแล้วตั้งแต่เด็กๆ เธอไม่เคยลืมรอยยิ้มของคนๆนี้ที่เธอตกหลุมรักได้เลยสักครั้ง สองเท้าค่อยๆก้าวเข้าไปหาพี่เฌอปรางของเธอ

“พี่เฌอปราง” เสียงใสเรียกชื่อเธอ คนตัวสูงกว่าหันมามองช้าๆด้วยใบหน้าสงสัย
“รู้จักฉันด้วยเหรอคะ?” เฌอปรางถามกลับ มิวสิครู้สึกเสียใจนิดๆที่พี่เฌอจำเธอไม่ได้
“มิวสิคเองค่ะ พี่เฌอจำสิคไม่ได้เหรอคะ?” เมื่อเฌอปรางรู้ว่าอีกคนคือใคร เธอก็พยักหน้าให้แต่ในใจก็ยังจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักกันตอนไหน
“อ๋อ ลูกสาวเพื่อนคุณพ่อนี่เอง งั้นเรากลับบ้านกันเลยดีกว่า” เฌอปรางอาสาถือกระเป๋าให้และเดินนำหน้าน้องไป มิวสิคมองตามเธอรู้สึกเศร้าใจ สงสัยพี่เฌอจะลืมเธอไปแล้วจริงๆสินะ

       ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน...
“เฌอปราง นี่น้องมิวสิคนะลูก” คุณแม่พามิวสิคเดินเข้ามาหาเฌอปรางที่กำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่ในห้อง เฌอปรางมองน้องและส่งยิ้มให้อย่างสดใส มิวสิคเองก็ส่งยิ้มกลับเช่นกัน
“ดูแลน้องด้วยนะ ระหว่างที่พ่อกับแม่คุยกับพ่อแม่ของน้องมิวสิคอยู่ข้างล่าง”
“ค่ะ คุณแม่” เฌอปรางเด็กน้อยมีแก้มตอบรับคำสั่งของคุณแม่ เธอเดินมาจูงมือมิวสิคเข้าไปนั่งเล่นด้วยกัน คุณแม่เดินกลับออกไปเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี
“น้องมิวสิคใช่ไหม?” มิวสิคพยักหน้า เธอยังเขินอายและใหม่กับการที่ต้องอยู่กับคนแปลกหน้า
“พี่ชื่อเฌอปรางนะ มิวมิวไม่ต้องกลัวนะ^^
“พี่เฌอ จะอยู่กับมิวมิวตลอดไปรึเปล่า” เด็กน้อยแก้มเยอะเอ่ยถาม
“แน่นอน พี่จะอยู่กับมิวมิวตลอดไป^^” แล้วทั้งสองก็นั่งเล่นกันและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

        กลับมาปัจจุบัน...

        ระหว่างที่รถตู้สีดำขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนน มิวสิคก็พยายามแอบมองพี่เฌอเป็นระยะ และความรู้สึกน้อยใจก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง เธออยากถามอีกคนว่าลืมเธอแล้วจริงๆงั้นเหรอ จำเธอไม่ได้จริงๆใช่ไหม แต่คำพูดกับไม่ยอมออกมาจากปากของเธอ

“กลัวสินะ?” เฌอปรางที่เห็นน้องเงียบไปก็เอ่ยถาม
“คะ!?
“เธอกลัวสินะที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คนเดียว”
“นิดหน่อยค่ะ” มิวสิคตอบกลับสั้นๆ และบทสนทนาก็จบลงแค่ตรงนั้น

.
.

“จะไปซ้อมเหรอ?” เสียงกวนเอ่ยถามผ่านรั้วกั้น
“อืม” เจนนิษฐ์ตอบสั้นๆ
“ให้ไปเป็นเพื่อนป่ะ?
“ไม่ต้อง ฉันไปเองได้ ขอบคุณย่ะ” เจนนิษฐ์แลบลิ้นใส่ปัญก่อนจะเปิดประตูรั้วแล้วปั่นจักรยานออกไป ปัญมองตามและยิ้มกว้างออกมา ได้กวนอีกคนทุกเช้านี่มันดีจริงๆ
“แม่! ปัญไปซ้อมเต้นที่โรงเรียนก่อนนะ” ปัญตะโกนบอกแม่ก่อนจะปั่นจักรยานตามเจนนิษฐ์ออกไป
        จักรยานสีดำด้านออกเท่ๆตามสไตล์คนแมนก็ปั่นมาทันจักรยานของเจนนิษฐ์พอดี สองขาเร่งสปีดเพื่อปั่นมาอยู่ข้างๆอีกคน
“ตามมาทำไม?
“ใครตาม! ฉันก็จะไปซ้อมเต้นเหมือนกัน อย่าหลงตัวเองหน่อยเถอะ” พูดจบปัญก็ปั่นแซงเจนนิษฐ์ไป
“ไอ้ปัญบ้า!!!” เจนนิษฐ์หัวเสียทันทีที่โดนอีกคนกวนใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในใจลึกๆเธอก็แอบดีใจที่เห็นอีกคนตามมาด้วย ซ้อมเต้นบ้าอะไร วันนี้วันหยุดของแก โกหกไม่เนียนจริงๆปัญสิกรณ์ เจนนิษฐ์พูดในใจ

.
.

        ตาหวานมาเดินเล่นที่สยามเพื่อมองหาชุดที่จะใส่เต้นในการแข่ง โดยมีอรมาเป็นเพื่อนเพื่อช่วยเลือกเพราะอรมีฉายาว่าตัวแม่ด้านแฟชั่น

“อรว่าเราจะใช้ชุดแบบเท่ๆแมนๆหรือแบบเท่สวยปนเซ็กซี่ดีอ่ะ” ตาหวานเอ่ยถาม พร้อมกับยกทั้งสองชุดให้อีกคนช่วยเลือก
“อืมมม...แนวเพลงก็ทั้งเท่และแอบเซ็กซี่ ฉันว่าเอาชุดที่สองดีกว่า มันเข้ากับเพลงที่สุดแล้ว” อรชี้ไปที่ชุดที่สอง เป็นเสื้อกั๊กหนังสีดำเท่ๆและเสื้อสีขาวมีรูนิดๆพอเป็นสไตล์แอบเซ็กซี่เล็กๆ
“งั้นฉันเอาตัวนี้แล้วกัน ช่วยจัดการให้ด้วยนะคะ” ตาหวานจ่ายเงินค่าชุดสำหรับทีมเต้นของเธอ ก่อนจะส่งยิ้มให้อรที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ขอบคุณมากนะ ถ้าไม่ได้อร วันนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเลือกเสร็จรึเปล่า”
“ไม่เป็นไร ฉันยินดีช่วยเธอเสมอ^^

.
.

        ประตูรั้วบานใหญ่เปิดออกพร้อมรถตู้คันดำแล่นเข้ามาจอด เฌอปรางลงมาก่อนและเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้มิวสิค

“ขอบคุณค่ะ”

        มิวสิคยังคงแอบมองเฌอปรางเป็นระยะ แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้สนใจหรือเอ๊ะใจอะไร เฌอปรางเดินถือกระเป๋ามิวสิคเข้ามาไว้ในบ้าน

“มากันแล้วเหรอ ยินดีต้อนรับอีกครั้งนะหนูมิวสิค” คุณพ่อของพี่เฌอปรางยืนต้อนรับอยู่ภายในบ้าน มิวสิคยกมือไหว้อย่างคุ้นเคย
“เมื่อกี้พ่อพูดว่าอะไรนะ อะไรอีกครั้งนะ?” เฌอปรางถามขึ้นสีหน้างงๆ
“ก็หนูมิวสิคเคยมาบ้านเราแล้วครั้งนึงไง ลูกจำไม่ได้เหรอ?” เฌอปรางส่ายหน้า ไม่เห็นจะจำได้เลย เธอคิดในใจ
“ตอนนั้นหนูกับพี่เฌอปรางก็เด็กมาก ไม่แปลกหรอกคะที่พี่เฌอปรางจะจำไม่ได้” มิวสิคพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจนิดๆ
“แต่หนูมิวสิคก็จำได้ใช่ไหมลูก”
“จำได้ค่ะ จำได้ดีเลย” มิวสิคตอบพร้อมหันไปสบตากับพี่เฌอปรางของเธอ เฌอปรางได้แต่ยืนนิ่ง ทำไมเธอเป็นคนเดียวที่จำไม่ได้ล่ะ
“เฌอ ลูกพาน้องขึ้นไปเก็บของบนห้องเถอะ เดินทางมาเหนื่อยๆ”
“ค่ะ” เฌอปรางยังคงอาสาถือกระเป๋าให้เช่นเคย ทั้งๆที่สาวใช้ทำท่าจะช่วยเธอถือแต่เธอไม่ให้

        บนชั้นสอง ประตูห้องนอนของมิวสิคซึ่งอยู่ข้างๆห้องนอนของเฌอปรางถูกเปิดออก ภายในถูกตกแต่งอย่างสวยงามแบบผู้หญิ๊งผู้หญิง เตียงนุ่มสีขาวสะอาดไซน์กลาง โต๊ะเครื่องสำอางสีขาว ตู้เสื้อผ้าสีขาวเรียบหรูและโต๊ะอ่านหนังสือน่ารักๆ มิวสิครู้สึกตื่นตาตื่นใจทันที รอยยิ้มกว้างเผยออกมาบนใบหน้า นี่เป็นห้องนอนในฝันของเธอเลยจริงๆ

“สวยรึเปล่า ชอบมั้ย?” เฌอปรางหันมาถามน้อง
“ชอบมากเลยค่ะ นี่เป็นห้องนอนในฝันของสิคเลยค่ะ” เฌอปรางยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นอีกคนชอบ
“มิวสิค”
“คะ!?
“พี่ขอโทษนะที่พี่จำเรื่องสมัยเด็กๆไม่ได้” เฌอปรางรู้สึกผิดที่เธอลืมเรื่องราวตอนนั้นไป ตอนเธอเห็นมิวสิคครั้งแรกสิ่งที่เธอชอบคือรอยยิ้ม แต่พอรอยยิ้มหายไปเธอก็รู้สึกเจ็บปวดแปลกๆ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก็สิคบอกแล้วไงว่าเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว พี่เฌอปรางจะจำไม่ได้มันก็ไม่ได้แปลกอะไร” รอยยิ้มของมิวสิคดูฝืนๆ เธอไม่ชอบรอยยิ้มแบบนั้นเลย อยากเห็นรอยยิ้มที่สดใสของอีกฝ่ายมากกว่า
“งั้นเรามาสร้างความทรงจำใหม่กันดีกว่า ความทรงจำที่เป็นปัจจุบันและในอนาคต” เฌอปรางสบตากับน้อง แววตาจริงจังของเธอทำเอามิวสิคหัวใจเต้นแรง
“ค่ะ งั้นฝากด้วยนะคะ พี่เฌอ”
“พี่เองก็ฝากตัวด้วยเหมือนกันนะ มิวมิว” รอยยิ้มที่เฌอปรางชอบก็ส่งผ่านใบหน้าของมิวสิคอีกครั้ง

.
.

        ชมรมมวย

“ไหนบอกว่ามีซ้อมไง แล้วมาอยู่อะไรที่นี่?” เจนนิษฐ์เอ่ยถามปัญที่นั่งทำหน้ากวนอยู่ข้างๆ
“ยังไม่มีอารมณ์อ่ะ อยากอยู่ที่นี่ก่อน มีอะไรป่ะ” ปัญก็ยังคงตอบกลับแบบกวนๆเช่นเคย
“แล้วแต่เลย แต่อย่ามากวนแล้วกัน” ปัญพยักหน้า

        เจนนิษฐ์เริ่มซ้อมของตัวเองไปโดยไม่สนใจปัญสิกรณ์ที่เอาแต่นั่งมองไม่ขยับไปไหน มือถือสีดำของเธอสั่นขึ้นดูเหมือนจะมีข้อความถูกส่งเข้ามา (ปัญมาซ้อมเต้นที่โรงเรียนเหรอวันนี้? : รุ่นพี่เนย)

“รู้ได้ไงว่ะ!?” ปัญไม่สนใจตอบกลับ เธอปิดมือถือไปและสนใจเจนนิษฐ์ต่อ

        อีกด้านบนห้องของคณะกรรมการนักเรียน เนยแอบมองลงมายังห้องชมรมมวยที่อยู่ตึกตรงข้าม ที่เธอสนใจก็เพราะเธอเห็นปัญ รุ่นน้องที่เธอแอบชอบอยู่ แต่รู้สึกว่าปัญจะมาเฝ้าเจนนิษฐ์สินะ หงุดหงิดจริงๆ
“อ่านแต่ไม่ยอมตอบอีกแล้ว!” เนยบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนเสียงเตือนข้อความเข้าจะดังขึ้น เธอเปิดดูด้วยความดีใจนึกว่าปัญส่งกลับแต่ไม่ใช่ (ไปเดินดูของเข้าค่ายกับฉันเพิ่มไหม : แหนมเนือง)
“โธ่ นึกว่าปัญส่งกลับมา ที่แท้ก็ไอ้แหนมเนืองนี่เอง” เธอพิมพ์ข้อความตอบกลับน้ำหนึ่ง
(ไปก็ได้ กำลังเบื่อๆเซ็งๆพอดี แล้วเจอกันนะ : เนย) น้ำหนึ่งที่ได้รับข้อความกลับก็ยกยิ้มกว้างทันที

       ตัดกลับมาที่ชมรมมวย

“กิ๊กส่งข้อความมาทำไมไม่ตอบกลับล่ะ” เจนนิษฐ์พูดแซว เธอแอบเห็นปัญก้มดูมือถือตัวเอง
“กิ๊กอะไร ไม่มีซะหน่อย ถึงฉันจะเป็นคนที่เท่ที่สุดในโรงเรียนก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษหรอกนะ” ปัญรีบแก้ตัวแต่ก็ไม่วายทิ้งท้ายอย่างกวนๆ
“แหวะ! หลงตัวเอง ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะมีสาวๆในสังกัดเยอะแค่ไหน แบร่~” เจนนิษฐ์หันกลับไปซ้อมต่อ จริงๆเธอสนมากต่างหาก เพราะเธอรู้ว่าปัญมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวพันเยอะแค่ไหน ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่เธอก็แอบดีใจที่อีกคนรีบตอบว่าไม่ได้มีอะไร แสดงให้เห็นว่าปัญยังไม่มีคนที่สนใจอยู่
“ฉันอยากให้แกหลงฉันมากกว่า...สักนิดก็ยังดีนะ” ปัญพูดกับตัวเองเบาๆ เธอไม่ได้สนใจสาวๆที่เข้ามาเลย แต่เธออยากให้เจนนิษฐ์สนใจและแสดงออกว่าหึงหวงเธอบ้าง


*-------------------------------------------------------------------------------------------------------------*

ความคิดเห็น