ตอนที่1

- 1 –

        คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุง ตอนนี้กำลังวุ่นๆกันอยู่ บรรดาสาวใช้ต่างพากันกุลีกุจอทำความสะอาดห้องนอนที่อยู่ข้างๆห้องของเฌอปราง เหมือนกับว่าจะมีใครย้ายเข้ามาอยู่เร็วๆนี้ โดยคนที่คุมงานก็คือพ่อของเธอนั่นเอง

“กลับมาแล้วค่า~” เสียงตะโกนดังขึ้นหน้าบ้าน เฌอปรางเดินจูงจักรยานเข้ามาเก็บไว้ที่โรงจอดรถ หลังกลับจากที่เรียนพิเศษ

       เกิดอะไรขึ้น? คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที เธอได้แต่ยืนมองคนใช้เดินขวักไขว้ไปมา ทำเอาลายตาไปหมด เธอเลี่ยงและเดินเข้ามาหาพ่อที่ยืนอยู่บนชั้นสองของบ้าน

“กำลังทำอะไรเหรอคะพ่อ?” ชายร่างสูงที่มีอายุอานามมากกว่าเธอหันมามองและส่งยิ้มให้ก่อนจะตอบ
“พ่อกำลังให้คนใช้จัดห้องข้างๆห้องลูก”
“จัดทำไมคะ?
“พรุ่งนี้จะมีคนย้ายเข้ามาอยู่กับเรา” เฌอปรางมีสีหน้าตกใจขึ้นทันที
“ใครคะ!?
“หนูมิวสิค ลูกสาวของเพื่อนพ่อเอง” เธอพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่ปากก็ยังถามออกมาอยู่
“แล้วทำไมเขาถึงย้ายมาอยู่บ้านเราล่ะคะ?
“เดี๋ยวพ่อจะเล่าให้เราฟังทีหลังแล้วกัน ไปอาบน้ำซะแล้วลงไปทานข้าว ป้านิ่มทำอาหารเย็นไว้รอลูกแล้ว”
“ค่ะ”

.
.


       สนามบินโอซาก้า

“ถึงที่นั่นแล้วก็โทรหาพ่อกับแม่ด้วยล่ะ”
“ค่ะ หนูไปแล้วนะ”
“เดินทางดีๆนะลูก รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะ พ่อกับแม่รักหนูนะ” ผู้เป็นแม่เดินมากอดลูกสาวอีกครั้งด้วยความคิดถึง
“หนูก็รักพ่อกับแม่ค่ะ”

        มิวสิค เด็กสาวน่ารักในชุดลำลอง มีแก้ม ผมยาวตัดหน้าม้า กำลังยืนโบกมือลาพ่อกับแม่ก่อนจะเข้าไปข้างใน เด็กสาวอายุ 16ปี ที่ต้องบินมาไทยคนเดียว โดยที่ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไม รู้เพียงแค่ว่าพ่อของเธออยากให้เธอกลับมาเรียนและอยู่ที่เมืองไทยซึ่งเป็นบ้านเกิด

.
.


        โรงเรียนหญิง BNK

“พอแล้ว พวกเธอไปพักเถอะ” นวมสีแดงถูกถอดออกจากมือเล็กของเจนนิษฐ์ หลังจากที่เธอซ้อมชกมวยกับเพื่อนร่วมชมรมมาได้สักพัก เพราะดูเหมือนว่าทุกครั้งที่เธอปล่อยหมัดออกไป เพื่อนๆมักจะรับไม่ได้และล่าถอยออกไปอยู่เรื่อย
“ฉันขอโทษจริงๆนะที่เป็นคู่ซ้อมให้เธอไม่ได้”
“ช่างมันเถอะ ฉันเองก็ขอโทษเหมือนกันที่ทำให้พวกเธอเสียเวลา พวกเธอจะกลับเลยก็ได้นะ”
“งั้นพวกเรากลับก่อนแล้วกันนะ เจอกันวันจันทร์นะ” หลังจากที่เพื่อนกลุ่มนั้นกลับไป เจนนิษฐ์ก็คว้านวมและใส่มันอีกครั้ง ก่อนจะเดินตรงไปยังกระสอบทรายที่แขวนอยู่ไม่ไกล

       ตุ๊บ!

       ตั๊บ!

“น่าสงสารกระสอบทรายจริงๆเลย” หมัดที่ต่อยลงไปยังกระสอบทรายหยุดชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งพูดขัดขึ้น
“มาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ” เจนนิษฐ์หันไปมองต้นเสียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจ
“ฉันเดินผ่านมาแถวนี้ แล้วก็ได้ยินเพื่อนๆในชมรมของเธอพูดถึงเธอ ฉันเลยจะมาเล่าให้เธอฟังไง”
“.....” เจนนิษฐ์เงียบ
“พวกนั้นบอกว่าเธอแรงอย่างกับช้าง ถ้าโดนเข้าคงได้ตายคาทีแน่ๆ”

        เจนนิษฐ์ค่อยๆหันมามองหน้าอีกฝ่ายช้าๆ เธอเห็นอีกคนส่งยิ้มกวนๆมาให้ จากที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วมาเจอแบบนี้ก็ยิ่งอารมณ์ไม่ดีหนักขึ้นไปอีก

“ถ้าว่างมากก็กลับไปซ้อมเต้นเถอะ” เธอพยายามกดอารมณ์อยู่
“จะให้ซ้อมเต้นได้ยังไง เสียงเธอชกกระสอบทรายมันดังกว่าเสียงดนตรีซะอีก” อีกคนตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนๆเช่นเคย
“แล้วเธอจะเอายังไง”
“ก็ไม่เอาไงอ่ะ ฉันแค่แวะมาบอกเธอแค่นี้เอง” อีกฝ่ายก็ยังพูดกวนเธออยู่

        ปัญสิกรณ์ หรือ ปัญ บุคคลที่กล้าพูดกวนใส่เจนนิษฐ์ ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว ไอ้นิสัยปากสุนัขก็ยังแก้ไม่หายสักที

“ถ้าไม่มีอะไรกลับไปได้แล้ว” เจนนิษฐ์ทำท่าไล่ ก่อนจะถอดนวมและเดินเข้าห้องน้ำในห้องชมรมไป

        ปัญแอบมองตามก่อนจะเผยยิ้มเล็กๆที่มุมปากออกมา ไม่รู้ทำไมเวลาได้เห็นอีกฝ่ายโกรธ โมโหหรืองอน เธอมักจะมีความสุขทุกครั้ง

(พี่ตาหวาน Call~)
“คะ?
(ไหนบอกว่าไปห้องน้ำไง ทำไมไปนานนักล่ะ จะกลับมาซ้อมต่อได้หรือยังคะคุณปัญสิกรณ์) เสียงปลายสายพูดขึ้น
“จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” เธอวางสายรุ่นพี่และเดินออกไปจากห้องชมรมมวย

        เจนนิษฐ์ที่ยังอยู่ในห้องน้ำ ได้แต่ยืนโมโหอยู่กับตัวเอง พอนึกถึงคำพูดกวนๆ หน้าตากวนๆของปัญก็ทำเอาเธอหัวเสียอีกครั้ง และเธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเดินหนีออกมาแทนที่จะโต้ตอบกลับไป

.

  
      ห้องชมรมเต้น

“อย่าเพิ่งหัวเสียเลยนะ เดี๋ยวน้องมันก็กลับมาแล้วล่ะ” อร สาวสวยชมรมดนตรีหันมาพูดกับตาหวาน ผู้หญิงที่เธอกำลังตามจีบอยู่
“จะไม่ให้หัวเสียได้ยังไง เวลาที่เจนนิษฐ์จากชมรมมวยมาซ้อมทีไร ไอ้ปัญก็จะแอบหลบไปหาตลอด” ตาหวานยืนกอดอกตอบกลับ
“ก็น้องมันก็รักของมันอ่ะ ก็เหมือนอรที่อยู่ทุกที่ที่มีตาหวานไง^^” คำเลี่ยนออกมาจากปากของคนที่สูงกว่า ตาหวานได้แต่เบ้ปากมองบน ปวดหัวจริงๆกับคำพูดชวนอ้วกแบบนี้ เธอได้แต่คิดในใจ
“ถ้าอีก5นาทียังมาไม่ถึงนะ วันนี้ก็ไม่ต้องซ้อมต่อ!” หลังพูดจบตัวต้นเรื่องก็เดินเข้ามาพอดี
“แฮร่~ น้องมาแล้ว” ปัญทำหน้าอ้อนๆใส่พี่ตาหวาน
“พี่เพิ่งพูดกับคนอื่นๆไปเมื่อกี้เองว่า ถ้าแกยังไม่โผล่มาอีก5นาที ฉันก็จะสั่งเลิกซ้อม!!
“น้องมาแล้วไง พวกเรามาซ้อมต่อกันเถอะเนอะ^^
“ถ้าไม่เห็นว่าแกเป็นคนสำคัญของทีมล่ะก็ ฉันจะตัดแกออกจากชมรมเดี๋ยวนี้เลย!!!
“ค่าๆ” ปัญตอบกลับเสียงอ้อน และเริ่มซ้อมเต้นต่อทันที

.


        ชมรมค่ายอาสา

“ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยกันวันนี้นะ” น้ำหนึ่ง ประธานชมรมที่ทั้งสวยทั้งเก่ง ทำให้มีรุ่นน้องหลายคนตกหลุมรักและค่อยช่วยเหลือเธอ
“ไม่เป็นไรคะ พวกเราพร้อมช่วยรุ่นพี่เสมอคะ”
“งั้นเจอกันวันจันทร์นะทุกคน^^
“มีเสน่ห์เหลือเกินนะคุณแหนมเนือง” เนย สาวน่ารักมีแก้ม ที่น้ำหนึ่งชอบเรียกว่า คุณอ๊บ ผู้หญิงที่น้ำหนึ่งแอบชอบ ก็อดที่จะพูดแซวไม่ได้
“อ่ะแน่นอน คนมันสวย มีเสน่ห์ใครๆก็สนใจ” น้ำหนึ่งพูดพร้อมสะบัดผมไปด้วย
“แหวะ! หลงตัวเอง”
“ก็ไม่ได้อยากจะหลงตัวเองหรอก แต่อยากให้คนแถวนี้หลงมากกว่า” น้ำหนึ่งพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับเข้าห้องชมรมไป เนยมองตามอึ้งกับคำพูดของอีกคน
“ถ้าเปลี่ยนจากแกเป็นปัญ ฉันก็อาจจะหลงอยู่นะ” พูดจบเธอก็เดินจากไป เพราะเธอช่วยน้ำหนึ่งขนของเสร็จแล้ว
“อะไรๆก็ปัญ คอยดูเถอะฉันจะทำให้แกหันมาสนใจฉันให้ได้ คุณอ๊บ!

        มีเหรอที่คนอย่างน้ำหนึ่งจะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ขอให้ข้าได้สู้เพื่อเธอ ถ้าข้าสู้แล้วไม่ไหวจริงๆข้าจะเดินออกมาเอง น้ำหนึ่งพูดกับตัวเองในใจ และตรวจเช็คของเข้าค่ายต่อเงียบๆคนเดียว


*---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------*

ความคิดเห็น